Friday, November 16, 2007

Thai Fire & Rescue Training Academy กับภาพย้อนหลังไปสู่ “โรงเรียนสอนดับเพลิง” Thesis ปริญญาตรี ของข้าพเจ้า

ที่จั่วหัวไว้นี่ เป็นความจริงครับ เมื่อประมาณ เกือบสิบปีที่แล้ว
ในการศึกษาปีที่ห้า ผมได้มีความคิดที่จะทำโรงแสดงคอนเสิร์ต เป็นโครงการวิทยานิพนธ์ปริญญาตรี เพราะตัวเองเป็นนักดนตรี แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อวันหนึ่งได้เข้าไปอบรมเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการอยู่อาศัยภายในอาคารสูง โดย พล ตำรวจ ตรี โชคชัย ยิ้มพงษ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดับเพลิง
ผลจากการบรรยายคราวนั้นให้แรงบัลดาจใจกับผมมาก และทำให้ได้ทราบว่า กิจการการดับเพลิงและกู้ภัยของประเทศไทย ยังไม่มีการจัดการในแง่ของการฝึกระดับสูง (Advance) และในขณะนั้น ท่านโชคชัยก็บอกว่า กำลังมีการตั้งแนวทางการศึกษาเพื่อก่อตั้งสถาบันดังกล่าวอยู่ จึงตัดสินใจนำมาเป็นหัวข้อโคงการวิทยานิพนธ์ ชื่อ สถาบันอัคคีภัยแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนสอนดับเพลิงระดับสูง พิพิธภัณฑ์การกู้ภัยสำหรับเด็กๆ สถานฝึกอบรมสำหรับคนทั่วๆ ไป
ของแบบนี้ ตอนทำก็สนุก พอทำเสร็จก็ลืมครับ เวลาก็ผ่านไป
ผมเองก็ได้ทำงานในสหรัฐอเมริกาก็ทำใหได้เรียนรู้เกียวกับเรื่องนี้มาอีกระดับหนึ่ง ชีวิตการออกแบบของสถาปนิกที่นี่ เรื่องที่ต้องทำอยู่ทุกวันในการตัดสินใจใดๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสอนเรื่องคือ เรื่องความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ ซึ่งกฎหมายควบคุมทั้งหลายจะเล็งประเด็นนี้เ้ป็นหลัก อีกเรื่องคือเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้อาคารของคนพิการ (Accessibility)
แต่ผมก็แทบจะไม่ได้คิดถึงเรื่อง สถาบันนี้อีกเลย
แต่เมื่อเช้านี้ก็ได้เกิดความรู้สึกประทับใจ ที่เหมือนทำให้ได้รับรู้ถึงอดีตที่กลับมาใหม่
เรื่องของเรื่องคือผมได้อ่านพบเรื่องราวเกี่ยวบกับสถาบันชื่อ Thai Fire & Rescue Training Academy – สถาบันดับเพลิงและกู้ภัยชั้นสูง ที่นี่ครับ
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000010910
ความรู้สึกมันยังกับฝันที่เป็นจริง
ใครๆ ที่เคยทำ Thesis แล้วโครงการของตัวเอง เกิดเป็นจริงขึ้นมา ก็คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนไปลงมืออกแบบก่อสร้างเองจริงๆ ก็เถอะ
ผมได้อ่านบทความ แล้วก็ได้เข้าไปดูใน Website ของสถาบัน ก็รู้สึกประทับใจมากที่มีคนพยายามทำอะไรดีๆ ให้กับประเทศของเรา การฝึกทั้งหลายแน่นอนว่า ที่เป็นหลักคือการฝึกกู้ภัย แต่ที่น่าสนใจคือเขารับให้คำปรึกษากับการกู้ภัยในโครงการต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรง
ท่านที่รับนิตยสาร อาษาอาจจะเคยได้อ่านที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องแบบแผนอพยพ หรือ Exit Plan มาแล้ว มันคืออะไรทำนองนั้นล่ะครับ แต่ที่สถาบันนี้จะให้คำปรึกษาในระดับรายละเอียดที่ Advance มากๆ โดยเฉพาะถ้าโครงการเป็นประเภทอันตราย เช่นโรงงานเคมี คลังน้ำมัน โรงพยาบาล เป็นต้น
เว็บของสถาบันแห่งนี้คือ
http://www.thaifire.com/
อยากจะให้สถาปนิกทุกๆ ท่านลองเข้าไปดู ผมได้ปรึกษากับท่านชาติชาย ไทยกล้า ผู้บริหารสถาบัน (ซึ่งท่านก็มีลูกสาวเป็นสถาปนิก) ว่า เราน่าจะมีโครงการอะไรที่สถาปนิกจะได้เข้าไปเรียนรู้กันได้บ้าง ท่านชาติชายมีประวัติที่ผมพูดได้คำเดียวว่า God มาก ท่านเป็นครูฝึกที่สอนฝรั่งอเมริกันมาแล้ว ผ่านการฝึกมาแล้วทุกรูปแบบ นักบินท่านก็เป็น โดดร่ม ดำน้ำ ก็ได้คือสถาณการณ์ฉุกเฉินเกือบทุกรูปแบบ ท่านเคยผ่านการฝึกเพื่่อเข้ากูภัยและแก้ปัญหามาเกือบหมดแล้ว
คือเราได้รับการฝึกอบรมเรื่องการออกแบบเพื่อให้คนหนีออกจากอาคารได้มาพอสมควร เราก็ต้องเรียนรู้กันต่อไป แต่ผมว่าีมีพวกเราน้อยคนมากที่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบอาคารเพื่อให้สะดวกในการเข้ากู้ภัยโดยหน่วยกู้ภัย หรือที่เรียกกันว่าเป็น “Firemen’s Friendly” ทำนองเดียวกับ User’s Friendly ที่แปลว่า ใช้ง่าย
การออกแบบให้หน่วยดับเพลิงหรือหน่วยกู้ภัย มีความสะดวกในการทำงานนั้นก็เท่ากับว่า เราจะทำให้เราช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ดีใช่มั้ยครับผม

2 comments:

นักศึกษาสถาปัตย์ said...

ระหว่าง อาชีพสถาปนิก ชีวิตจริง
กับระหว่างที่เรียนอยู่....

process design กับ function
ตามความเป็นจริง ในการออกแบบอาคารแต่ครั้ง
คำว่า concept หรือ แนวความคิด
ชิวิตจริง....มันสำคัญ หรือ ว่า จำเป็นรึป่าวค่ะ

หรือว่าคำว่า concept เปลี่ยนเป็นจุดขายแทน

อาจารย์ค่ะ หนูขอโทษด้วยถ้า ถามคำถามที่ งงๆ แบบนี้
เรียนปี 4 แล้ว ค่ะ อยู่สถาบันแห่งหนึ่ง

สำหรับเวลาที่คุยกับเพื่อนๆ สถาบันอื่นๆ
ก็มี กระบวนการสอน ถ่ายทอด ให้คิด ให้ทำ แตกต่างกันไป ซึ่งฟังดูแล้ว ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย....

เคยคิดกับตัวเองเหมือนกันค่ะว่า....
ขณะเรียนอยู่ เราเลือกที่จะอยากเรียนรู้อะไร
คำตอบว่า อยากเรียนรู้วิธีกระบวนการคิด กว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม .. (Process Design -Concept) เพราะเรื่อง Function คือสิ่งที่สถาปนิก ทุกคนควรทราบอยู่แล้ว

ในฐานะที่หนูยังไม่จบ หนูอยกาทราบชีวิตจริงๆ
ของการประกอบอาชีพค่ะ
"เงิน" คือ ตัววัดเลยหรอค่ะ ....
หรือ ... ยังไง

รบกวนอาจารย์ช่วยไขความกระจ่างหน่อยค่ะ

ขอบพระคุณมากนะค่ะ

Nerita said...

Good for people to know.